เรื่องเล่าของ คดเกาลัด

เกาลัดเป็นพืชผลที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตเมืองหนาวโดยเฉพาะประเทศจีน

ผลเกาลัดเปลือกนอกจะมีสีเขียวเป็นหนามแหลม เมล็ดในที่ใช้รับประทานจะมีสีดำ

ปนขาว  คดเกาลัดจะเกิดขึ้นในส่วนที่เป็นเมล็ดในนั่นเอง เป็นคดที่นับว่าแปลก

มหัศจรรย์แทบจะไม่เคยมีใครได้พบเห็น จัดว่าเป็นของทนสิทธิ์ที่หาได้ยากมาก

          อานุภาพดีทางโชคลาภ  เรียกเงิน  เรียกทอง  เมตตามหานิยม ผู้ใดมีไว้ใน

ครอบครองนับว่าเป็นผู้ที่โชคดี…………………..

เด็กกับลูกเกาลัด

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มีเด็กคนหนึ่งต้องการลูกเกาลัดที่อยู่ในโถจึงล้วงมือลงไปหมายหยิบขึ้นมามากๆให้เต็มกำ
ด้วยเหตุนี้กำมือของเด็กจึงติดปากโถดึงออกมาไม่ได้

จะปล่อยลูกเกาลัดทิ้งชักมือเปล่าออกมาก็เสียดาย พยายามกระชากมือที่กำลูกเกาลัดออกหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จจึงนั่งร้องไห้
เพื่อนคนหนึ่งผ่านมาเห็นได้ให้คำแนะนำแก่เขาว่า

“ทำไมเจ้าไม่หยิบลูกเกาลัดออกมาเพียงครึ่งกำ ก็จะสามารถดึงมือออกได้ หากอยากได้มากๆค่อยล้วงลงไปหยิบ
ใหม่อีกสักกี่ครั้งก็ตามใจเจ้า”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ความโลภย่อมเป็นอุปสรรคขัดขวางความสำเร็จการค่อยๆสะสมทีละเล็กละน้อยไมช้าก็จะมีมากขึ้นไปเอง

เกาลัดคั่วที่เห็นมากแถวเยาวราช

เกาลัดคั่วที่เห็นมากแถวเยาวราช มักจะมีเม็ดสีดำเล็กๆ คั่วรวมอยู่ด้วย หลายคนคิดว่า
เป็นเมล็ดกาแฟ จริงๆ แล้วไม่ใช่ เจ้าเม็ดสีดำเล็กนั้นคือเม็ดทรายขนาดประมาณ
3-5 มิลลิเมตร เป็นทรายที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือที่เห็นตามตู้ปลาสีออกน้ำตาล
พ่อค้าจะนำเอาทรายแห้งใส่ลงไปในกระบะใบใหญ่ พอทรายร้อนระอุได้ที่จนเป็นสีดำ
ก็จะนำเอาลูกเกาลัดใส่ลงไป บางร้านเติมน้ำตาลทรายคั่วรวมกันให้ได้รสหวาน
บางเจ้าเพิ่มกลิ่นหอมด้วยการใส่เมล็ดกาแฟคั่วรวมไป

เหตุผลที่ต้องใช้เม็ดทราย ก็เพราะเม็ดทรายช่วยเก็บความร้อนไว้ได้ ซึ่งดีนัก
สำหรับการทำให้เกาลัดสุกถึงเนื้อผลด้านใน เพราะหากสังเกตกันดีๆ
เนื้อผลของเกาลัดนั้นจะไม่ติดกับเปลือก ดังนั้นการใช้ทรายที่ร้อนระอุตลอดเวลา
จะช่วยให้เนื้อเกาลัดค่อยๆ สุก แต่ต้องหมั่นคนเพื่อไม่ให้เกาลัดไหม้ ซึ่งจะคั่วกันนาน
ราว 30-40 นาที เม็ดทรายนั้นใช้ได้นานกว่า 1 เดือน เรียกว่าคั่วเกาลัดได้หลายกระทะ
จนทรายที่เป็นเม็ดเริ่มป่นเป็นผงนั่นแหล่ะจึงจะเปลี่ยนไปใช้เม็ดทรายชุดใหม่